SET: PSH 3.42 THB
0.00 (0.00%)
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส
ประธานกรรมการบริษัท
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์
รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม
ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันของการแข่งขันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก แม้เศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะยังขยายตัวร้อยละ 3.3 ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แต่ยังมีความเสี่ยงและความเปราะบางในภาพรวม ในขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียงร้อยละ 2.1 ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป และยังคงมีปัจจัยที่กระทบทั้งจากภายในและนอก ทั้งการหดตัวของกำลังซื้อภาคประชาชน ภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูง และผลกระทบทางการค้าจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ
สถานการณ์เศรษฐกิจภาพรวมส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยโดยรวมยังเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่องจากการเผชิญภาวะอุปสงค์อ่อนแอและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงล่างที่ได้รับแรงกดดันจากค่าครองชีพสูงและการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ที่เข้มงวดขึ้น ลูกค้าจึงหันมาให้ความสำคัญกับราคาที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยแรกในการพิจารณา ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาสูงขึ้นมากในปี 2568 และบางส่วนพิจารณาการเช่า ทดแทนการเป็นเจ้าของในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวนสูง แม้ภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นตลาดด้วยการลดค่าธรรมเนียม การโอนและจดจำนองเหลือร้อยละ 0.01 สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ตั้งแต่ ไตรมาส 2 เป็นต้นมา แต่ช่วยกระตุ้นตลาดเพียงบางกลุ่มเท่านั้นส่งผลให้มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหดตัวร้อยละ 18 และทั่วประเทศหดตัวลงร้อยละ 12 โดยตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังชะลอตัวลงต่อเนื่องทั้งการเปิดโครงการใหม่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลลดลงร้อยละ 33 ในทุกประเภทที่อยู่อาศัยและเกือบทุกระดับราคา ยอดขายชะลอลงร้อยละ 17 จากอุปสงค์อ่อนแอ อุปทานส่วนเกินในตลาดแนวราบและเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่กระทบต่อตลาดคอนโดมิเนียม

สำหรับธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากเทรนด์การดูแลสุขภาพและการตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ การขยายตลาดผู้ป่วยต่างชาติกลุ่มใหม่ ๆ รวมถึงการขยายสิทธิการรักษาในโครงการภาครัฐ และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราค่ารักษาพยาบาลภายใต้สิทธิประกันสังคม อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลเอกชนมีแนวโน้มเติบโตในอัตราชะลอตัวลงจากการเติบโตสูงในหลายปีที่ผ่านมาโดยในปี 2568 เติบโตร้อยละ 3.2 จากแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ เงื่อนไขการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ หรือ Copayment ทำให้ผู้ป่วยระมัดระวังการใช้จ่ายในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น การลดภาระค่ารักษาพยาบาลโดยให้ผู้ป่วยซื้อยาจากภายนอกโรงพยาบาลได้ และความขัดแย้งระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลต่อจำนวนผู้ป่วยจากประเทศกัมพูชาที่ลดลง ทั้งนี้การเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติอื่น ๆ ยังมีแนวโน้มดีขึ้น

เดินหน้าปรับกลยุทธ์และโครงสร้างธุรกิจให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตในระยะยาว

ด้วยสถานการณ์ตลาดโดยรวมที่ยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง การปรับกลยุทธ์โดยผสานจุดแข็งของทั้งกลุ่ม ควบคู่กับการสร้างรายได้ประจำในรูปแบบใหม่และตลาดใหม่ จะช่วยเสริมสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2568 กลุ่มพฤกษามุ่งเน้นการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอของโครงการที่อยู่อาศัยสู่ตลาดระดับกลางถึงบน โดยเปิดโครงการใหม่ในเซ็กเมนต์นี้กว่าร้อยละ 45 รวมถึงการวิเคราะห์ความต้องการและประสบการณ์ในการอยู่อาศัยของลูกค้า นำข้อมูลมาพัฒนาการออกแบบที่ตอบโจทย์คุณภาพการอยู่อาศัย พร้อมการเร่งจำหน่ายโครงการระดับราคาต่ำ เพื่อระบายสินค้าคงเหลือที่มีอายุนาน นอกจากนี้ ยังนำสินทรัพย์ที่มีอยู่กลับมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย การให้เช่าเชิงพาณิชย์ และการเร่งจำหน่ายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักเพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงที่ตลาดยังชะลอตัว ทั้งนี้ กลุ่มพฤกษาได้ดำเนินการ

ยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์
ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าในทุกมิติ ครอบคลุมทุกช่วงวัยและทุกรูปแบบการดำเนินชีวิต นอกจากโครงการ Well Care @Home และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ร่วมกับเครือโรงพยาบาลวิมุตเข้าดูแลสุขภาพในโครงการบ้านพฤกษา 70 โครงการหรือกว่า 27,700 ครัวเรือน พร้อมด้วยส่วนลดการรักษาและบริการให้คำปรึกษาแพทย์ผ่านออนไลน์แล้วนั้น กลุ่มพฤกษายังเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายแรกในไทยที่นำ Family Doctor หรือหมอประจำครอบครัว นำร่องให้บริการในโครงการเดอะปาล์ม บางนา-วงแหวน จำนวน 2 โครงการ เพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพเชิงลึกสำหรับครอบครัวในระยะยาว และมีแผนขยายบริการให้ครอบคลุมในอนาคต
สร้างความแข็งแกร่งให้แก่กลุ่มธุรกิจ
ด้วยการผสานจุดแข็งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ากับธุรกิจพรีคาสท์ ธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจเฮลท์แคร์ พร้อมยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการแบบครบวงจร โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนรวมต่ำลงเหลือร้อยละ 66.7 เทียบกับปี 2567 ที่ร้อยละ 68.7 ท่ามกลางสถานการณ์ของตลาดที่อยู่อาศัยที่แข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันยังคงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบัน รวมถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผ่านบริการด้านสุขภาพรอบด้าน
ขยายโอกาสทางรายได้
ด้วยการรุกสู่ตลาดใหม่ในธุรกิจก่อสร้าง และอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ทั้งในกลุ่มลูกค้ารายย่อย (B2C) ผ่านบริการรับสร้างบ้านระดับกลางถึงบน และกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ผ่านงานก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ และการรับประกันโครงสร้าง 20 ปีเพื่อเสริมความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ควบคู่กับการเดินหน้าขยายธุรกิจด้านเฮลท์แคร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ในอนาคต ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากธุรกิจที่อยู่อาศัยให้เช่าเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
พัฒนาบุคลากรสู่อนาคต
กลุ่มพฤกษาให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรสู่อนาคตเพื่อให้การปรับโครงสร้างบรรลุผลสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยตลอดปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ และเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่ออนาคตให้แก่บุคลากร ภายใต้แบรนด์ดีเอ็นเอ “Work Life Well-Lived ชีวิตอย่างดี...ที่พฤกษา” พร้อมสนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของบุคลากรอย่างรอบด้าน ผ่านสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลด้วยโรงพยาบาลในเครือ แอปพลิเคชันดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และบริการให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา ควบคู่กับการปลูกฝังกรอบความคิดของความเป็นเจ้าของ (Ownership Mindset) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้สนับสนุนการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของพนักงาน ส่งเสริมสุขภาพทางการเงินผ่านสวัสดิการและองค์ความรู้ด้านการเงินและการลงทุน โดยยึดมั่นในความเสมอภาค เคารพความหลากหลาย และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน รวมถึงกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข ส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์มีความทันสมัย เข้าถึงง่าย และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น

รักษาสภาพคล่องในภาวะที่มีความไม่แน่นอน ควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสภาพตลาด

กลุ่มพฤกษายังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างแข็งแกร่ง โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องในภาวะที่มีความไม่แน่นอน ควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสภาพตลาดควบคู่กับการลดภาระหนี้สินสำหรับธุรกิจที่ไม่จำเป็นและไม่ใช่ธุรกิจหลักให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของกลุ่ม นอกจากนี้ กลุ่มพฤกษายังได้วางแผนเตรียมรับมือความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงความกังวลเรื่องการขอเลื่อนหรือผิดนัดชำระของตราสารหนี้ที่สูงขึ้น ด้วยการเตรียมวงเงินสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์รวม 16,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่ยังไม่ได้เบิกใช้กว่าครึ่ง แม้ว่าวงเงินสินเชื่อจะปรับลดลงจากปีก่อน แต่เนื่องมาจากการลดเงินลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักลง และใช้การบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการขอสินเชื่อในรูปแบบเพื่อการสนับสนุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ หรือ Project Finance เพิ่มเติมสำหรับโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2568 เพื่อให้ได้วงเงินเพิ่มที่สอดคล้องกับสถานการณ์การเงินในปัจจุบัน กลุ่มพฤกษายังมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับต่ำอย่างเหมาะสมตามดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง พร้อมการเร่งชำระคืนสินเชื่อเดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง พัฒนาระบบ Cash Pooling ของกลุ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อการบริหารจัดการเงินสดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำเพียง 0.28 เท่า ด้วยกระแสเงินสดสุทธิที่ได้มาจากการดำเนินงานของกลุ่มเท่ากับ 1,383 ล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลในเครือวิมุตทั้งสองแห่งมีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จากความมุ่งมั่นในการชูความเป็นเลิศและความสำเร็จในการขยายฐานผู้ป่วยทั้งไทยและต่างชาติ ส่งผลให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและค่าเสื่อม (EBITDA) ของกลุ่มเฮลท์แคร์สำหรับปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 232 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่าเท่าตัว

ขับเคลื่อนธุรกิจก้าวสู่องค์กรและสังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ

กลุ่มพฤกษายังคงไม่หยุดยั้งการพัฒนาสร้างที่อยู่อาศัยที่มุ่งเน้นแนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต” โดยการเปิดรับฟังและนำทุกเสียงสะท้อนจากลูกบ้านและลูกค้าทั่วไปมาพัฒนาเป็นโซลูชันการอยู่อาศัยทั้งสินค้าและบริการให้ครบทุกมิติ และยังคงมุ่งพัฒนาแบรนด์ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าแต่ละประเภทที่อยู่อาศัย ด้วยการพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานภายในบ้าน การประหยัดพลังงาน และการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีตลอดทุกช่วงชีวิต

ในส่วนของธุรกิจเฮลท์แคร์ กลุ่มพฤกษาได้ขยายผลของการประหยัดพลังงานจากโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ไปที่โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการพลังงานระหว่างบริษัทในเครือด้วย Application iFEMs ที่พัฒนาขึ้นมาเอง นอกจากจะทำให้ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นแล้ว ยังขยายขอบเขตครอบคลุมไปถึงงานสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการบริหารอาคารอย่างครบวงจร เพื่อทำให้ทั้งกลุ่มเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2608 และสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำในระยะยาว

ในด้านสังคม นอกเหนือจากการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ลูกค้าแล้วนั้น กลุ่มพฤกษายังให้ความสำคัญต่อข้อมูลของลูกค้าอย่างสูงสุด ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถของ Pruksa Contact Center จนได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO27001 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการป้องกันอย่างดีที่สุด และไม่ใช่แค่ลูกค้าเท่านั้น ที่พฤกษา เรายังคงใช้ใจดูแลพนักงานแบบองค์รวม ทั้งการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยให้พนักงานหมุนเวียนทำงานในหลากหลายตำแหน่งและหน้าที่ภายในองค์กร ให้เกิดการพัฒนา สร้างความยืดหยุ่น และเตรียมความพร้อมในการจัดกำลังคนภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต

ในปี 2568 กลุ่มพฤกษาได้รับคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์ให้จัดอยู่ในรายชื่อ ‘หุ้นยั่งยืน’ SET ESG Rating ในระดับ AAA ซึ่งขยับขึ้นจาก BBB และ AA ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงได้รับการจัดอันดับในระดับ ‘ดีเลิศ’ ของการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในทั้ง 2 รางวัล ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของกลุ่มพฤกษาที่มุ่งหวังการพัฒนาและการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนในสังคมไทย

นอกเหนือจากการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ลูกค้าแล้วนั้น กลุ่มพฤกษายังให้ความสำคัญต่อข้อมูลของลูกค้าอย่างสูงสุด ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถของ Pruksa Contact Center จนได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO27001 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการป้องกันอย่างดีที่สุด