การกำกับดูแลและการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีบทบาทสำคัญในการอนุมัติยุทธศาสตร์ ติดตามผลการดำเนินงาน และกำกับดูแลความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดให้ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทเป็นประธานในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้บรรลุเป้าหมายองค์กร
บริษัทฯ บูรณาการกระบวนการระบุและประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transitional Risks) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Risk Management - ERM) โดยมีการประเมิน ติดตาม และทบทวนสถานะความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ร่วมกับหน่วยงานบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงมีความครอบคลุมและทันต่อสถานการณ์
นอกจากนี้ บริษัทฯ ประยุกต์ใช้การประเมินสถานการณ์จำลอง (Climate Scenario Analysis) ตามกรอบ TCFD โดยใช้แบบจำลอง SSP1-2.6, SSP5-8.5 และแบบจำลอง IEA เพื่อประเมินผลกระทบด้านความต้องการพลังงานและภัยธรรมชาติ ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล เพื่อนำมาใช้กำหนดมาตรการรองรับเชิงรุกเพื่อบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้าและพลังงานที่จะเพิ่มสูงขึ้นตามอุณหภูมิโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิต “อยู่ดี…ทั้งชีวิต”
กลยุทธ์การจัดการสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์และมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่าน 3 เสาหลัก ดังนี้
- Green Standard
ยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรฐานเพื่อรากฐานการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน - Green Innovation
สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมตลอดกระบวนการดำเนินงานธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับองค์กรและสังคม - Green Portfolio
บริหารจัดการสินทรัพย์ โครงการผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งสู่การเติบโตที่ยั่งยืนและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวทางการบริหารจัดการ ดังนี้
กำหนดนโยบาย (Policy) บูรณาการแนวคิดความยั่งยืนและข้อปฏิบัติสากลภายในกลุ่มบริษัทฯให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
กำหนดเป้าหมาย (Targets) มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2593 และ Net-Zero Emissions ภายในปี 2608
พัฒนากลยุทธ์ (Strategy) ขับเคลื่อนมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาโครงการอยู่อาศัย อาคาร โรงพยาบาลที่มีคุณภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงระยะการอยู่อาศัยและการบริหารจัดการอาคาร บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัย นิติบุคคล และผู้เช่าพื้นที่พาณิชย์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่
- การส่งเสริมพลังงานและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Energy & Climate Resilience) เน้นการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน (Passive Design) โดยวางทิศทางอาคารแนวเหนือ-ใต้เพื่อลดการรับความร้อน ใช้สีโทนอ่อนคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านสูงสุดถึง 10°C ดีไซน์หลังคาทรงจั่วที่ช่วยระบายน้ำฝนและระบายความร้อนได้ดี ติดตั้งกระจก Euro Grey เพื่อกรองแสงและลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน พร้อมติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และระบบมิเตอร์อัจฉริยะในพื้นที่ส่วนกลางและคลับเฮาส์7
- การส่งเสริมสุขภาวะและการอยู่อาศัยอัจฉริยะ (Healthy & Smart Living) ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยระบบ Fresh Air Filter กรองฝุ่น PM 2.5 เพิ่มอากาศสะอาดภายในบ้าน นวัตกรรมผนัง Silent Edge ช่วยกันเสียงรบกวนเพื่อความเป็นส่วนตัว ใช้พื้น SPC ช่วยซับแรงกระแทก ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) ที่รองรับการทำงานแบบ Hybrid Work พร้อมเติมเต็มความสะดวกสบายด้วยระบบ Smart Access และระบบรับฝากพัสดุ (Parcel Care) ที่ควบคุมได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน
- การบริหารจัดการน้ำและพื้นที่สีเขียว (Water & Ecological Management) ยกระดับประสิทธิภาพการใช้น้ำภายในโครงการผ่านการปรับปรุงและเลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำมาตรฐานสูง ทั้งภายในบ้านพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำโดยไม่จำเป็น ตลอดจนออกแบบพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะส่วนกลาง เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและลดความร้อนสะสมในพื้นที่อยู่อาศัย
เป้าหมายและเส้นทางสู่ความยั่งยืน
เพื่อขับเคลื่อนนโยบายข้างต้นไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและตั้งเป้าหมายการดำเนินงาน ดังนี้
ระยะสั้น (ภายในปี 2573) ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% (เมื่อเทียบกับปีฐาน 2565) ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในทุกกระบวนการ
ระยะกลาง (ภายในปี 2593) บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
ระยะยาว (ภายในปี 2608) มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) เพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568
บริษัทฯ ได้ติดตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ โดยครอบคลุมทั้ง กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล ใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การจัดการก๊าซเรือนกระจกและการบริหารจัดการน้ำ ดังนี้

บริษัทฯ มุ่งมั่นลดผลกระทบต่อระบบนิเวศในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ จนถึงการก่อสร้าง เพื่อส่งมอบสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพและยั่งยืนให้แก่ผู้อยู่อาศัยตามแนวคิด “อยู่ดี ทั้งชีวิต” ภายใต้แนวทางการบริหารจัดการ ดังนี้
บูรณาการนโยบาย: กำหนดให้การปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักในการพัฒนาธุรกิจ
ปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัด: เลือกพื้นที่พัฒนาโครงการตามกฎหมายผังเมือง และจัดสรรพื้นที่สีเขียวในโครงการอย่างเหมาะสม
บริหารจัดการตามหลักสากล: ส่งเสริมการใช้หลักการ Mitigation Hierarchy (การบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบโครงการอย่างเป็นระบบ

การฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนร่วมกับกรมป่าไม้
บริษัทฯ มุ่งมั่นขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืน โดยการผสานพลังร่วมกับกรมป่าไม้ในโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศบนพื้นที่ 370 ไร่ ณ ตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ด้วยการปลูกต้นไม้รวม 74,000 ต้น เพื่อฟื้นฟูผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และคืนสมดุลสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยค่านิยมองค์กรด้าน ‘ร่วมใจ’ (Drive for Synergy) ผ่านการผนึกกำลังของพนักงานจากทุกกลุ่มธุรกิจในเครือที่ร่วมลงพื้นที่ปลูก พรวนดิน และดูแลรักษาผืนป่าอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกระบวนการฟื้นฟูทางนิเวศวิทยาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกและกระจายพันธุ์ไม้ท้องถิ่นประเภทป่าดิบแล้งที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ เพื่อสร้างโครงสร้างป่าหลายชั้นความสูง ถ่ายทอดระบบนิเวศที่สมบูรณ์ คืนถิ่นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ให้แก่สิ่งมีชีวิต ตลอดจนส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้ผืนป่าแห่งนี้สามารถเจริญเติบโตและฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็งในระยะยาว
นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนแนวคิด ‘ใช้ใจ’ (Impact for Good) ด้วยการวางแผนพัฒนาผืนป่าปลูกใหม่ให้สามารถเชื่อมต่อกับผืนป่าดั้งเดิมรอบข้างได้อย่างสมบูรณ์ในลักษณะแนวเชื่อมต่อทางนิเวศวิทยา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยขยายพื้นที่ดูดซับและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบน้ำใต้ดิน ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน และปกป้องความซับซ้อนของสายใยอาหารในธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการร่วมดูแลรักษาผืนป่า เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกัน และส่งมอบมรดกทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ มั่งคั่งด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ให้แก่ชุมชนและโลกของเราอย่างยั่งยืน



